• Areewood

พื้นไม้ Solid, Engineered wood, Laminated, Vynil ต่างกันอย่างไร


แผ่นไม้พื้นปูบ้านเป็นวัสดุที่เรามักจะมองเลยผ่านไป ไม่ค่อยได้หยุดเพ่งมองด้วยความสนใจ แต่ความจริงแล้วแผ่นไม้ปูพื้นถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ถูกใช้งานจากคนในบ้านอยู่ทุกวัน ในท้องตลาดปัจจุบันแผ่นไม้ทีใช้ในการปูพื้นก็มีให้เลือกมากมาย ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป บางคนคลั่งไคล้พื้นไม้จริงที่หายากราคาสูง บ้างชอบไม้สังเคราะห์ดูแลง่าย มีลวดลายให้เลือกหลากหลาย ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อจึงควรจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและความต้องการที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงภายในบ้านให้ดี คุณทราบหรือไม่ว่าแผ่นไม้แต่ละชนิดมีลักษณะการใช้งาน ข้อดี – ข้อเสียต่างกันอย่างไร

ถ้าหากคำตอบในใจตอนนี้มีคำว่า “ ไม่ ” ก็ยังไม่ต้องรีบกังวลใจ เพราะเราหาคำตอบมาให้คุณได้อ่านกันแล้วในบรรทัดถัดไป

1 พื้นไม้ Solid หรือ ไม้พื้นรางลิ้นรอบตัว

เป็นแผ่นไม้จริงทั้งชิ้นที่ผ่านกระบวนแปรรูปจากต้นไม้ใหญ่ มีความหนาประมาณ 18-22 มิลลิเมตร นำมาเข้าขั้นตอนการอบไล่ความชื้นเนื้อไม้ ไสเรียบ และทำลิ้นร่อง โดยพันธุ์ไม้ที่คนไทยนิยมนำมาใช้ทำพื้นมีทั้งไม้ที่ปลูกในไทย และนำเข้ามาจากประเทศต่างๆ เช่น ไม้สัก จากประเทศพม่า ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามของสีน้ำตาลอมทอง, ไม้มะค่า จากประเทศลาว และแอฟฟริกาใต้ , ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้ตะแบก ไม้เต็ง ซึ่งเป็นไม้ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านในท้องถิ่นเขตร้อน (Tropical Zone) นอกจากนี้ยังมีไม้ชนิดอื่นๆที่นิยมนำเข้ามาเพื่อใช้เป็นพื้นไม้อีกมากมาย เช่น ไม้ Red Oak, White Oak, White Ash, European Beech และ Hard Maple ซึ่งไม้จำพวกนี้ปลูกในเขตอบอุ่น (Temperate Zone) ในประเทศแถบยุโรป และอเมริกาเหนือ

ข้อดี

  • -แผ่นไม้จริงจะให้ลวดลายและ สีสันตามธรรมชาติสวยงาม ถึงสีและลายเสี้ยนจะ ไม่สม่ำเสมอหรือสมบูรณ์แบบ แต่ก็มีเปี่ยมไปด้วยคุณค่า อีกทั้งยังช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่น ดูดีมีราคาให้กับบ้านของคุณได้

  • -เมื่อใช้งานไประยะหนึ่ง หากผิวหน้าไม้เป็นรอยเยอะ ไม่เงางาม ก็สามารถขัดหน้าผิวไม้เพื่อทำสีใหม่ได้หลายครั้ง เนื่องจากไม้มีความหนามากกว่าไม้พื้นในโครงสร้างแบบอื่นๆ

(ภาพจาก http://www.nzffa.org.nz)

ข้อจำกัด

  • -เพราะเป็นของธรรมชาติที่ต้องใช้เวลาในการปลูก เป็นที่ต้องการของตลาด จึงทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งต้องการแผ่นไม้หน้ากว้าง ราคาก็จะสูงกว่าไม้ที่มีหน้าแคบกว่า หรือชนิดของไม้ก็มีผลกับราคา เช่น ไม้สัก จะแพงกว่ามะค่า หรือ โอ๊ค เป็นต้น

  • -ในกรณีที่ไม้ได้รับความชื้นสูงเกินไป ไม้พื้นโครงสร้างแบบ Solid จะมีโอกาสยืด หด บิด หรือห่อตัวได้มากกว่าพื้นไม้ในโครงสร้างแบบอื่นๆ (Distortions of wood) เนื่องจากเป็นโครงสร้างของไม้ชิ้นเดียวทั้งแผ่น ที่ไม่มีการประกอบชั้นแบบขวางเสี้ยน เพื่อยึดแต่ละชั้นของไม้เข้าด้วยกัน

  • -ส่วนมากไม้ Solid หรือ ไม้พื้นรางลิ้นรอบตัว ใช้วิธีการปูแบบ knock down คือปูไม้อัดก่อน แล้วยิงตะปู ฉะนั้นเวลารื้อ ต้องรื้อทั้งแผง ต่างจากไม้ Engineered ที่ปูแบบลอยตัวหรือปูกาว เมื่อเสียหายสามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมเป็นบางส่วนได้

ถ้าหากคุณคือเจ้าของบ้าน ที่ไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณและมีใจรักในความสวยงามตามธรรมชาติที่ และไม่ถูกปรุงแต่ง แผ่นไม้ solid ก็คงจะเป็นคู่แท้ของคุณ

2 พื้นไม้ Engineered wood

อย่าเพิ่งงุนงงกับการแปลความหมายภาษาไทย แบบตรงตัวที่หมายถึง วิศวกรไม้ เพราะความจริงแล้ว Engineered Wood คือนวัตกรรมใหม่ของไม้พื้นที่มีโครงสร้างมากกว่า 1 ชั้น โดยการใช้ผิวหน้าไม้จริงที่ต้องการ

มาประกบเข้ากับไม้ชั้นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้อัด ไม้สน หรือไม้ยางพารา เพื่อที่จะต้านทานการบิดตัว โก่งงอ ยืดขยายของไม้ผิวหน้าโดยออกแบบให้การยืดหดตัวของไม้สมดุลโดยหลักการของวัสดุศาสตร์ (material science) เจ้าพื้นไม้ลูกผสม Engineered wood จึงเป็นวัสดุที่น่าสนใจเพราะสามารถตอบโจทย์รูปลักษณ์และสัมผัสความสวยงามตามธรรมชาติของไม้จริงได้เป็นอย่างดี ในราคาที่ย่อมเยากว่าไม้แบบรางลิ้นรอบตัว (Solid wood)

อีกทั้งยังมีแบบลายไม้ สีไม้ ชนิดของไม้ปิดผิวให้เลือกมากมาย ผู้ที่พบเห็นมักจะต้องเดาว่าพื้นไม้ Engineered wood ในบ้านของคุณว่าใช้แผ่นไม้พื้นรางลิ้น (Solid Wood) ทั้งหมดอย่างแน่นอน

ข้อดี

  • -อย่างที่แจ้งไปข้างต้นว่ามีสีสัน ลวดลาย ชนิดเนื้อไม้ รวมทั้งช่วงราคาให้เลือกเยอะ เจ้าของบ้านได้โชว์ผิวหน้าไม้ที่สวยงาม รักษาอรรถรสที่ดูอบอุ่นเป็นธรรมชาติไม่ต่างจากการใช้ไม้แบบรางลิ้นรอบตัว (Solid wood)

  • -หากชำรุดเสียหายก็สามารถเปลี่ยนเฉพาะแผ่นที่มีปัญหาได้ทันที ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่อง ไม้ยืด หด บิด แอ่นตัวเท่าไม้พื้นแบบรางลิ้นรอบตัว (Solid wood)

  • -ในส่วนของการติดตั้ง เนื่องจากไม้ engineered wood นั้นได้ผ่านการทำสี และเคลือบผิวหน้าไม้มาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีขั้นตอนของการ ขัดทำสี หน้างานแบบไม้พื้นรางลิ้น (Solid wood) จึงหมดปัญหาเรื่องฝุ่นคลุ้ง หรือการทำความสะอาดครั้งใหญ่ไปได้เลย

  • -เป็นไม้รักษ์โลก ช่วยประหยัดทรัพยากรในการผลิตไม้ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำบ้าน เพราะ Engineered wood ซ้อนชั้นด้วยไม้อัด ไม้สน หรือไม้ยางพารา ก่อนที่จะทับด้วยไม้ที่ต้องการอย่างไม้สักหรือวอลนัท จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

ข้อจำกัด

  • -ในกรณีที่ใช้งานไปนานๆ แล้วอยากจะขัดทำสีใหม่นั้น จะมีข้อจำกัดว่าทำได้ไม่กี่ครั้ง เนื่องจากมีผิวหน้าไม้ค่อนข้างบาง ซึ่งในความเป็นจริงด้วยราคาที่ย่อมเยาว์อยู่แล้ว คนส่วนมากจึงนิยมเปลี่ยนแผ่นใหม่ หรือเปลี่ยนสีพื้นไปเลย

  • -Engineered wood เหมาะกับการใช้งานเฉพาะพื้นที่ภายในอาคาร และพื้นที่ที่ไม่เปียกชื้น เพราะอายุการใช้งานจะลดลง เมื่อใช้นอกอาคารหรือบริเวณที่ต้องเจอกับแสงแดดและฝนตลอดเวลา

3 พื้นไม้ Laminated ขอสารภาพกันก่อนเลยว่าเราไม่ค่อยอยากจะนับรวมแผ่นไม้ laminated ให้อยู่ในขบวนการพื้นไม้ทั้ง 4 นี้เสียด้วยซ้ำ เพราะความจริงแล้วมันคือแผ่นไม้สังเคราะห์ที่มีส่วนประกอบที่สำคัญเป็นแผ่น HDF (High Density Fibreboard) ที่เกิดจากการเอาเยื่อไม้มาบดอัดให้ละเอียดและค่อยนำมาขึ้นรูปประกอบกันเป็นชั้น ๆ ด้วยสารเคมี จนกลายเป็นแผ่น ( ส่วนใหญ่มีวัสดุทั้งหมด 4 ชั้น ประกอบด้วย เมลามีน ไฟเบอร์บอร์ด ภาพพิมพ์ลายไม้ และอลูมิเนียมออกไซด์) จากนั้นจึงปิดผิวหน้าทุกด้านด้วยแผ่น PVC บางที่ออกแบบลวดลายเอาไว้ให้เป็นลายไม้ โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ความหนา 8 มม. เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป กับความหนา 12 มม. เหมาะกับพื้นที่อาคารขนาดใหญ่ และมีใช้งาน การเดินเยอะๆ ที่ความหนานี้ก็จะทนทานกว่า

ข้อดี

  • -มีสีสันให้เลือกมากมาย ลวดลายสม่ำเสมอ

  • -ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย

  • -ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่าไม้จริง

ข้อจำกัด

  • -มีปัญหาเกี่ยวกับความชื้นค่อนข้างมาก ต้องระวังอย่าให้โดนความชื้น เพราะพื้นไม้ laminated จะพองตัว หลุดร่อนเสียหา

  • -ไม่ค่อยทนต่อแรงกระแทก สึกหรอหรือชำรุดได้ง่าย

  • -ถึงแม้พื้นไม้ laminated จะเป็นวัสดุปูพื้นทางเลือกใหม่ที่ถูกนำมาใช้ปูพื้นเลียนแบบไม้จริง แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องความชื้นและปัญหาปลวกกินไม้ให้ดี

4 พื้นไม้ Vynil ณ ตอนนี้พื้นไวนิล (กระเบื้องยางลายไม้) กลายเป็นม้ามืดที่ได้รับความนิยมกันอยู่ไม่น้อย เพราะดูแลรักษาง่าย มีลวดลายสวยงามให้เลือกซื้อ ไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องความชื้น บวมน้ำ หรือปลวก ผลิตขึ้นจากสารสังเคราะห์ Vynil พลาสติกชนิดพิเศษ ที่มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขีดข่วนที่จะเกิดขึ้น ใช้งานได้ยาวนาน

ข้อดี

  • -สวยงาม มีลวดลาย สีสันให้เลือกเยอะ

  • -ราคาไม่แพง ติดตั้งง่าย

  • -หากแช่น้ำนานๆ ก็อาจจะหลุดร่อนออกมา แต่ก็สามารถเอากลับไปปูพื้นใหม่ได้อีกครั้ง อายุการใช้งานยาวนาน 10-15 ปี ถ้ากาวไม่เสื่อมสภาพซะก่อน

  • -หากเลือกใช้แบบแผ่นหนา ก็จะยิ่งเสริมความทนทานในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนักๆ

ข้อจำกัด

  • -ไม่ให้ความอบอุ่นเหมือนพื้นไม้ของจริง ผิวสัมผัสขาดความเป็นธรรมชาติ ดูยังไงก็คล้ายแผ่นยางอยู่ดี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วย

  • -ไม่ทนแรงกระแทก เมื่อถูกของแข็งตกจากที่สูง หรือของที่มีปลายแหลม ก็จะเกิดรอยได้ง่าย

#พนไม #พนไมsolid #พนไมengineered #ลามเนต #ไวนล

ดู 2,287 ครั้ง

Passionate About Wood

Showroom สาขา บางโพ
578 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แขวงบางซื่อ
เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800

Hotline : 087 494 3316 โทร : (66) 2912 7991-2

Showroom สาขา ปทุมธานี

99/9 หมู่ 4 สุขาภิบาล บ้านฉาง
เมืองปทุมธานี 12000
Hotline : 082 792 9564

Footer_Website icon.png
Footer_Line icon.png
Footer_Facebook icon.png
Footer_Instagram icon.png

© Copyright 2020 All Rights Reserved. Areewood.com